การบันทึกลูกหนี้ยกมา (AR Beginning Balance) เป็นขั้นตอนสำหรับบันทึกข้อมูลลูกหนี้ที่ยังมียอดค้างชำระจากระบบบัญชีเดิม เพื่อให้บริษัทสามารถติดตามยอดหนี้คงค้าง ตรวจสอบข้อมูลลูกค้า และดำเนินการรับชำระหนี้ผ่านระบบได้อย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะแนะนำวิธีการบันทึกลูกหนี้ยกมา พร้อมอธิบายรายละเอียดของแต่ละช่องที่ต้องกรอก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
เหตุใดที่ต้องบันทึกลูกหนี้ยกมา
การบันทึกลูกหนี้ยกมา มีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมและนำข้อมูลลูกหนี้คงค้างจากระบบบัญชีเดิมเข้าสู่ระบบใหม่ ให้สามารถดำเนินงานด้านบัญชีและการติดตามหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญดังนี้
1. เพื่อบันทึกยอดลูกหนี้คงค้างเข้าสู่ระบบ : นำข้อมูลหนี้ที่ลูกค้ายังไม่ได้ชำระจากงวดบัญชีก่อนมาบันทึกในโปรแกรม เพื่อให้มีข้อมูลสำหรับติดตามและตรวจสอบยอดหนี้
2. เพื่อให้สามารถติดตามการรับชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง : รองรับการดำเนินงานเมื่อมีการรับชำระเงินจากลูกหนี้ที่มีรายการคงค้างก่อนเริ่มใช้งานระบบ
3. เพื่อให้ข้อมูลลูกหนี้มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน : โดยบันทึกรายละเอียดลูกค้า เลขที่เอกสาร วันที่เอกสาร วันครบกำหนดชำระ และยอดเงินคงค้างให้ตรงกับข้อมูลอ้างอิง
4. เพื่อรองรับการตรวจสอบข้อมูลทางบัญชี : ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบยอดลูกหนี้รายตัวกับรายงานลูกหนี้คงค้างและบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้องได้
5. เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านระบบบัญชีเป็นไปอย่างราบรื่น : ลดปัญหาข้อมูลลูกหนี้ขาดช่วงเมื่อต้องเปลี่ยนจากโปรแกรมบัญชีเดิมมาใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ Prosoft ibiz
ขั้นตอนการบันทึกลูกหนี้ยกมา บนโปรแกรมบัญชีออนไลน์ Prosoft ibiz
ขั้นตอนที่ 1 เข้าสู่เมนูลูกหนี้ยกมา
เข้าสู่โปรแกรมบัญชีออนไลน์ Prosoft ibiz จากนั้นไปยังเมนูสำหรับบันทึกลูกหนี้ยกมา และเลือกสร้างรายการใหม่ โดยระบบจะแสดงหน้าจอ New AR Beginning Balance ซึ่งแบ่งออกเป็นส่วนข้อมูลหลัก ได้แก่
Basic Data : สำหรับบันทึกข้อมูลเอกสารและรายละเอียดลูกหนี้
Note & Attachment : สำหรับบันทึกหมายเหตุและแนบเอกสารประกอบ (ถ้ามี)
ขั้นตอนที่ 2 กรอกข้อมูลเอกสารลูกหนี้ยกมา
ในส่วนแรกของหน้าจอ Basic Data ให้กรอกข้อมูลเอกสารและรายละเอียดลูกหนี้ตามช่องที่ระบบกำหนด ดังนี้
เลขที่เอกสาร : ระบบจะเลขที่เอกสารให้อัตโนมัติ ตามการตั้งค่าเมนูเลขที่ Running
เลขที่ใบกำกับภาษี : ระบุเลขที่ใบกำกับภาษีเดิมที่เกี่ยวข้องกับเอกสารใบกำกับภาษีอ้างอิง ควรกรอกข้อมูลให้ตรงกับเอกสารต้นฉบับ
วันที่เอกสาร : ระบุวันที่ของเอกสารลูกหนี้ยกมาตามข้อมูลที่บริษัทใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง
วันที่ใบกำกับภาษี : ระบุวันที่ของใบกำกับภาษีที่เกี่ยวข้องกับรายการลูกหนี้ โดยตรวจสอบให้ตรงกับเอกสารต้นฉบับ
รหัสลูกหนี้ : เลือกรหัสลูกหนี้จากฐานข้อมูลลูกค้าในระบบ
ผู้ติดต่อ : ระบุหรือเลือกชื่อผู้ติดต่อของลูกหนี้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประสานงานกับลูกค้า
ที่อยู่ออกใบกำกับภาษี : ตรวจสอบที่อยู่สำหรับออกใบกำกับภาษีของลูกหนี้ให้สอดคล้องกับเอกสารเดิม
สถานที่จัดส่ง : ระบุที่อยู่จัดส่งให้ถูกต้องตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเอกสารเดิม
*หมายเหตุ : หากสถานที่จัดส่งตรงกับที่อยู่ออกใบกำกับภาษี สามารถเลือก Option ใช้ที่อยู่เดียวกันกับที่อยู่ออกใบกำกับภาษี
เครดิต (วัน) : ระบุจำนวนวันเครดิตตามเงื่อนไขการชำระเงินของลูกค้าให้ตรงกับข้อตกลงหรือเอกสารเดิม
วันที่นัดชำระ : ระบุวันที่ครบกำหนดชำระเงินตามเงื่อนไขเครดิต เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับติดตามการรับชำระหนี้
จำนวนเงิน : ระบุยอดเงินลูกหนี้คงค้างที่ต้องการบันทึก โดยควรใช้ยอดหนี้คงเหลือจริง ณ วันที่นำข้อมูลเข้าระบบ ไม่ใช่ยอดหนี้เดิมก่อนหักเงินที่ลูกค้าชำระไปแล้ว
รหัสภาษี : เลือกรหัสภาษีให้สอดคล้องกับเอกสารเดิม
ผู้รับผิดชอบ : เลือกรหัสพนักงานหรือผู้รับผิดชอบรายการลูกหนี้
แผนกงาน : ระบุแผนกที่รับผิดชอบรายการ
เขตการขาย : เลือกเขตการขายที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เช่น ภาคเหนือ ภาคกลาง หรือภาคใต้ ตามข้อมูลที่กำหนดไว้ในระบบ
Cost Center : เพื่อใช้ในการจำแนกและวิเคราะห์ข้อมูลตามโครงการ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์และออกรายงาน
Internal Order : เพื่อใช้จำแนกงานตามการตั้งค่าขององค์กร เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์และออกรายงาน
ข้อควรระวังในการบันทึกลูกหนี้ยกมา
เพื่อให้การบันทึกข้อมูลลูกหนี้ยกมามีความถูกต้อง ควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้
1. ยอดลูกหนี้ต้องตรงกับเอกสารเดิม : โดยใช้ยอดคงค้างจริงของลูกค้า ณ วันที่นำข้อมูลเข้าสู่ระบบ
2. ตรวจสอบวันที่เอกสารให้เหมาะสม : โดยเฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยนระบบบัญชีหรือเริ่มใช้งานในระหว่างปี
3. ตรวจสอบรหัสลูกหนี้ก่อนบันทึก : เพื่อป้องกันการบันทึกยอดหนี้ผิดราย
4. ตรวจสอบรหัสภาษีและการตั้งค่าบัญชี : ให้สอดคล้องกับลักษณะรายการและนโยบายบัญชีของบริษัท
5. ตรวจสอบยอดรวมกับบัญชีแยกประเภท : เพื่อให้ข้อมูลลูกหนี้รายตัวสอดคล้องกับยอดบัญชีที่เกี่ยวข้อง
6. ป้องกันการบันทึกข้อมูลซ้ำ : โดยตรวจสอบรายการลูกหนี้คงค้างที่นำเข้าจากระบบเดิมก่อนสร้างเอกสารใหม่
เขียนและเรียบเรียงโดย : บริษัท โปรซอฟท์ ซีอาร์เอ็ม จำกัด | 21 ตุลาคม 2569